แก้วไวน์ 6 แบบที่ควรมี

แก้วไวน์มีหลากหลายรูปแบบมากมาย มีทั้งทรงสูง ทรงกว้าง ขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก แต่จะซื้อแบบไหนมาใช้ดีล่ะ แล้วแก้วไวน์มีแบบไหนบ้าง

ส่วนประกอบของแก้วไวน์

หลักๆ แล้ว แก้วไวน์ประกอบไปด้วย 4 ส่วน ด้วยกัน ได้แก่

  • ขอบแก้ว ที่ควรเป็นแบบบาง ไม่หนา เพราะจะทำให้ดื่มไวน์ได้ลื่นไหลกว่า และได้รสชาติที่ดีกว่า
  • ตัวแก้ว ควรเป็นแบบใส เพื่อที่จะได้เห็นสีของไวน์ได้ อย่างถูกต้องและชัดเจน
  • ก้านแก้ว มีไว้เพื่อจับเวลายกแก้วขึ้นมาดื่ม ความร้อนจากมือจะได้ไม่กระทบกับไวน์
  • ฐานแก้ว เป็นส่วนที่ไว้วางติดกับพื้นโต๊ะ

แก้วไวน์ที่ควรมีติดบ้านไว้

หากเป็นคนชอบดื่มไวน์ แน่นอนว่า คงมีแก้วไวน์ที่เหมาะกับไวน์ที่ชื่นชอบ แต่หากเป็นมือใหม่เรื่องไวน์ ลองหาแก้วไวน์เหล่านี้ มาไว้ที่บ้านเพื่อการดื่มไวน์ ให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด

  • แก้วไวน์แบบฟลูท (Flute) เหมาะสำหรับสปาร์คกลิงไวน์ แต่ไม่เหมาะกับแชมเปญ (Champagne) อาจเป็นเพราะเป็นแก้วที่ไม่สามารถ แสดงกลิ่นของไวน์ออกมาได้ดีนัก ล้มง่ายและล้างทำความสะอาดยาก
  • แก้วไวน์ขาว ตรงตามชื่อเรียกของแก้วไวน์ประเภทนี้ เหมาะกับไวน์ขาว ที่ต้องการสื่อถึงกลิ่น และรสอันอ่อนโยนของไวน์ขาว
  • แก้วไวน์เบอร์กันดี หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Aroma Collectors เหมาะกับไวน์แดงที่ไม่ค่อยแรงมาก และไวน์โรเซ่ ไม่เหมาะกับไวน์ขาวซึ่งไม่หวาน และสปาร์คกลิงไวน์ เพราะจะทำให้หายซ่าไว รูปร่างสวยแต่เปราะบางมาก
  • แก้วไวน์ขนาดใหญ่ (Oversized) เหมาะกับไวน์แดงที่มีปริมาณแทนนินสูง เพราะจะช่วยให้ได้รสที่กลมกล่อมขึ้น และในขณะเดียวกัน ทำให้รสอ่อนลง
  • แก้วไวน์รสหวาน (Dessert Wine Glass) เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบไวน์รสหวาน เพราะมีขนาดเล็กกว่า ทำให้ควบคุมปริมาณได้ง่ายกว่า
  • แก้วไวน์แบบยูนิเวอร์แซล (Universal) เหมาะกับไวน์ทุกประเภท หากต้องการแก้วไวน์ ที่ใช้ได้กับไวน์หลายประเภท ต้องแก้วประเภทนี้เลย